CONTACT INFORMATION
LINE ID: daytradeboss
Bangkok, Thailand
096-962-5246
Daytradeboss Logo_retina
Daytradeboss Logo

BEAT THE MARKET WITH DAYTRADEBOSS
Professional Online Training Program

ความแตกต่างระหว่าง

เทรดเดอร์ทั่วไป VS. Daytradeboss's เทรดเดอร์

#1 ใช้ Technical Indicator

ซึ่งไม่มีความเสถียร เมื่อ Indicator ส่งสัญญาณ = ราคาวิ่งไปในทิศทางนั้นแล้ว ราคาจึงไม่อยู่ในจุดที่เป็น Good Trade Location

#2 ไม่สามารถเทรดได้ทุกตลาด

Technical Indicator นั้นต้องปรับแต่งตามตลาดที่เทรด เพราะบุคลิกของตลาดแต่ละตลาดแตกต่างกัน จึงไม่สามารถ Setup Indicator ค่าเดียวกันแล้วสามารถใช้ทุกตลาดได้

#3 ทำแผนการเทรด (Trade Plan) ไม่ได้

ทุกสิ่งทุกอย่างจะอยู่ที่ Indicator เป็นตัวส่งสัญญาณ จึงไม่สามารถประเมิน/คาดการณ์ สิ่งที่จะเกิดขึ้นได้ล่วงหน้า ทำให้ไม่สามารถวางแผนการเทรดล่วงหน้าได้

#4 ไม่รู้จุด เข้า/Stop Loss ล่วงหน้า

Technical Indicator ไม่มีทางบอกจุดเข้าและจุดวาง Stop Loss ได้ล่วงหน้า เพราะต้องรอราคาวิ่งไปแล้วเสมอถึงจะให้สัญญาณได้ ส่วนใหญ่จึงใช้ Stop Loss เป็น % หรือวาง Stop Loss ที่ Swing High/Low เสมอ Stop Loss จึงกว้างกว่าปกติทำให้มีความเสี่ยงมากขึ้น

#5 ไม่รู้เป้าหมายที่เป็นรูปธรรม

เนื่องจากต้องรอสัญญาณจาก Indicator เทรดเดอร์จึงไม่สามารถรู้เป้าหมายที่เป็นรูปธรรมได้ล่วงหน้า ทำให้มีปัญหาตามมาในเรื่อง Money/Risk Management

#6 ไม่สามารถบอกแนวโน้มของตลาดได้อย่างชัดเจน

การเทรดที่ปลอดภัยและมีโอกาสชนะสูง คือการเทรดตามแนวโน้ม เพราะต้องพึ่งพา Technical Indicator ซึ่งไม่สามารถบอกแนวโน้มได้ดีพอ หลายครั้งเทรดเดอร์จึงเทรดสวนแนวโน้ม เป็นผลให้เกิดความสูญเสียได้อย่างง่ายดาย

#1 เทรดตามความเป็นจริง

ไม่ใช้ Technical Indicator แต่ใช้เฉพาะ Tools ที่สามารถเปิดเผยความจริงของตลาดได้ และเทรดตามความเป็นจริงที่เห็นเท่านั้น

#2 เป็นวิธีการที่ใช้ได้กับทุกตลาด

เพราะมีวิธีที่จะเปิดเผยความเป็นจริงของตลาดว่าใครพยายามจะทำอะไร ที่ไหน แล้วผลลัพธ์ที่ได้เป็นอย่างไร จึงสามารถใช้ได้กับทุก ๆ ตลาดบนโลกใบนี้

#3 สามารถวางแผนการเทรด (Trade Plan) ได้ล่วงหน้า

เพราะการเทรดเป็นธุรกิจ ไม่ใช่การเสี่ยงดวง ดังนั้นการวางแผนธุรกิจจึงเป็นเรื่องสำคัญอันดับ 1 ถ้าไม่สามารถทำแผนการเทรดได้ก็ไม่มีทางเทรดให้ดีได้

#4 รู้ได้ล่วงหน้าว่า Good Trade Location อยู่ที่ไหน

การรู้ว่า Good Trade Location อยู่ที่ไหนจะทำให้รู้ล่วงหน้า 2 สิ่งเสมอ 1. จุดวาง Stop Loss ที่มีเหตุผล 2. จุดเข้าเทรดที่เหมาะสม

5 รู้เป้าหมายที่เป็นรูปธรรม ตาม Market Structure

เมื่อนำข้อ 3 และ 4 มารวมกัน จะสามารถคำนวณได้ล่วงหน้า ว่าเทรดแต่ละเทรดคุ้มค่าที่จะเทรดตาม Reware to Risk Ratio หรือไม่ ทำให้ง่ายและสะดวกกับเรื่อง Money/Risk Management

#6 สามารถ อ่าน/เห็นสถานการณ์และแนวโน้มที่เปลี่ยนแปลงไปได้ตลอดเวลา

ถ้าสามารถอ่านและถอดรหัสแผนที่ (Market Sturcture) ได้ ก็จะสามารถอ่านสถานการณ์ตลาดได้ตลอดเวลา จึงมีแนวโน้มที่จะเลือกฝั่งเทรดได้ถูกต้องตามมาด้วย

BEAT THE MARKET WITH DAYTRADEBOSS

Daytrading Course
คอร์สสอนเทรดโดย Professional Trader

Module #1: Market Framework

การใช้ขีวิตของมนุษย์ สิ่งที่ทำให้แต่ละคนมีปฏิกริยา/การตัดสิน ต่อสถานการณ์ต่าง ๆ ที่เข้ามาแตกต่างกันไป นั่นคือ ความรู้ ความเชื่อ ประสบการณ์ และวัฒนธรรม ของแต่ละคนนั้นแตกต่างกัน ซึ่งทั้งหมดนี้เราสามารถเรียกได้ว่า Framework

ใน Financial Market ก็เช่นเดียวกัน เราไม่สามารถไปยืนอยู่ในตลาด โดยปราศจาก หลักการณ์ และความเชื่อได้ ไม่เช่นนั้นเราจะไม่สามารถประเมินสถานการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นต่อหน้าเราได้เลย

Market Framework จึงเป็นเหมือนการสร้างหลักการณ์ และความเชื่อ ในการมองตลาด ถ้าปราศจาก Market Framework เราก็ไม่สามารถวิเคราะห์ตลาดได้ด้วยตัวเอง การเทรดโดยปราศจากความสามารถในการวิเคราะห์สถานการณ์ตลาดได้ด้วยตัวเองจะหวังให้ประสบการณ์ความสำเร็จในระยะยาวนั้นจึงเป็นไปไม่ได้ Market Framework จึงเป็นเหมือนจุดเริ่มต้นของทุกสิ่งทุกอย่างในการเทรด และนี่คือสิ่งที่เทรดเดอร์ส่วนใหญ่ไม่มี

Module #1: Out Line

◉ The Real Nature of Market Behavior: ส่วนประกอบของตลาด, พฤติกรรมของตลาดและสิ่งแวดล้อมต่าง ๆ ของตลาด

◉ The 10 Laws of Market Dynamics: กฏพื้นฐานแห่งการเคลื่อนที่ของราคา

◉ Understand and Accept Market Truth: ทำความเข้าใจความเป็นจริงที่เกิดขึ้นกับตลาดที่คุณไม่เคยรู้มาก่อน ทำให้คุณมองตลาดในมุมมองแห่งความเป็นจริง

Module #2: Market Structure

ตลาดนั้นสร้างแผนที่ไว้ให้เราทุกวัน เพียงแต่เราต้องรู้วิธีในการถอดรหัสแผนที่นั้นออกมาเพื่อเห็นโครงสร้างของตลาดในทุก ๆ Time-frame ซึ่งตลาดนั้นจะ Move ตาม Structure 70% - 80% เสมอ นั่นแปลว่าเราจะรู้ว่าถ้าราคาลงจะลงไปที่ไหน ถ้าเวลาขึ้นจะขึ้นไปที่ไหน และจะรู้ว่าบริเวณใดที่ Buyer/Seller มีโอกาสสูงที่จะเข้ามาเทรด

นั่นแปลว่าเราจะสามารถมองเห็น จุดเข้าซื้อ จุดวาง Stop Loss และ จุดที่จะทำกำไรได้ล่วงหน้าเสมอ จึงเป็นการง่ายในเรื่อง Money/Risk Management

และ Market Structure ยังบอกแนวโน้มของตลาดให้เราได้ด้วย โดยเราสามารถมองเห็นสถานการณ์ตลาดที่เปลี่ยนไปได้ตลอดเวลา นั่นก็เป็นเพราะว่าเราเห็นแผนที่ของตลาดได้ตลอดเวลานั่นเอง

Module #2: Out Line

◉ การอ่านโครงสร้างตลาดโดยใช้ Key Reference Area

◉ การวิเคราะห์ตลาด Multiple Time-frame ในมุมมองแนวดิ่ง (Vertical Dimension)

◉ การวิเคราะห์ตลาด Multiple Time-frame ในมุมมองแนวนอน (Market/Volume Profile)

◉ นำความรู้ต่าง ๆ ที่เรียนมาประกอบเข้าด้วยกันเพื่อสร้างความสามารถในการอ่านตลาดและตีความแนวโน้ม

◉ ศึกษาธรรมชาติของพฤติกรรมตลาดใน 1 วัน (Intraday Time-frame)

Module #3: Tactics & Strategy, Setups & Execution

เทรดเดอร์ส่วนใหญ่เริ่มต้นศึกษาการเทรดจากกลยุทธ์ทันที โดยไม่มี Market Framwork และไม่รู้ว่าที่มาที่ไปในการสร้างกลยุทธ์นั้น ๆ ขึ้นมาเป็นอย่างไร เมื่อเข้าสู่การเทรดจึงไม่รู้ว่าจะนำความรู้ที่เรียนมานั้นมาประยุกต์ใช้อย่างไรให้ถูกต้อง

เรา Daytradeboss จึงแตกต่างอย่างสิ้นเชิง เพราะเราสอนทุกอย่างมาตั้งแต่เริ่มต้น เมื่อมาถึงเรื่องกลยุทธ์ เราจึงสามารถอธิบายที่มาที่ไปของกลยุทธ์ได้ว่า ทำไมเราถึงคิดกลยุทธ์ออกมาเช่นนี้

ซึ่งกลยุทธ์นั้นเป็นเพียงแค่ส่วนเดียว แต่ยังมีเรื่องที่สำคัญตามมาหลังกลยุทธ์อีกนั่นคือ แทคติกต่าง ๆ ที่ควรใช้ตอน Real-time, การเข้าเทรด (Execution) ด้วย

Module #3: Out Line

◉ สิ่งสำคัญในการสร้างและกำหนดกลยุทธ์สำหรับ Daytrading

◉ 6 ขั้นตอนการทำ Daily Trade Plan

◉ การอ่านตลาดในนาทีที่ตลาดเปิด

◉ หลักการสำคัญ 9 ประการสำหรับ Intraday Tactic

◉ ความลับในการเข้าเทรดแบบมืออาชีพ

◉ Fade Setup การเข้าเทรดสวนเทรนด์ระยะสั้น 3 แบบ

◉ เทคนิคในการออกจากตลาดเพื่อทำกำไร 5 แบบ

◉ Trend Following Setup การเข้าซื้อตามเทรนด์ 2 แบบ

Module #4: Advanced Setups & Real-time Market Reading

การวิเคราะห์ตลาดนั้นเราต้องยอมรับความจริงที่ว่า เราวิเคราะห์จากสิ่งที่เกิดขึ้นไปแล้ว แต่เวลาเทรดจริงเราเทรดไปข้างหน้าเพราะฉะนั้นสิ่งที่วิเคราะห์มาทั้งหมดอาจจะแตกต่างจากความจริงตอน Real-time ก็ได้ เพราะความจริงก็คือ ใน Financial Market นั้นเกิดอะไรขึ้นเมื่อไหร่ก็ได้ทั้งนั้น

จึงเป็นการดีกว่ามาก ถ้าเราจะมี Skill ในการอ่านตลาด Real-time เพราะแม้จะมีกลยุทธ์ที่ดีมากเพียงใด ก็ไม่สามารถเปรียบเทียบกับ Skill ในการอ่านตลาด Real-time ได้ เพราะนั่นจะเท่ากับว่า เราจะสามารถมองเห็นความจริงที่เกิดขึ้นในตลาดตอน Real-time ได้และการเทรดตามความจริงที่เกิดขึ้น Real-time คือวิธีที่ดีที่สุดแล้ว

Module #4: Out Line

◉ ศึกษาการอ่าน Real-time Market แบบมืออาชีพด้วย Market Internal (Exclusive สำหรับเทรดเดอร์ที่เทรดตลาดสหรัฐ)

◉ Level สำคัญ ๆ ใน Intraday Time-frame ที่ควรใช้เป็น Reference Point

◉ การใช้ Relative Volume เพื่อคาดการณ์ Daily Range

◉ การอ่านตลาด Real-time บนพื้นฐานของสถานการณ์รอบด้านโดยรวม

◉ Money/Risk Management และ Mindset

Beat The Market With Daytradeboss

฿50,000

ลูกค้า Infinox Capital รับส่วนลดพิเศษ 10,000 บาท
  • ✔︎ เรียนผ่าน Video ออนไลน์
  • ✔︎ ผู้เรียนจะได้รับ User Account เพื่อเข้าเรียน
  • ✔︎ Account ไม่มีวันหมดอายุ ดูได้ตลอดไป
  • ✔︎ เนื้อหาทั้งหมดมี 24 คลิป ความยาวคลิปละ 40 - 60 นาที
  • ✔︎ รับสิทธิ์เข้า Member Area ฟรี 30 วัน
  • ✔︎ มีคำถามหรือข้อสังสัย สามารถสอบถามได้ทาง Line ID: daytradeboss
  • ✔︎ ชำระค่าเรียน โดยการโอนเงิน
  • ✔︎ ชำระผ่านบัตรเครดิตผ่าน Paypal สามารถกดปุ่ม Paynow ด้านล่างได้เลย
Pay Now
คอร์สสอนเทรดหุ้น Forex Futures | Daytradeboss