Elliot Wave เอาไว้ใช้ทำอะไร

Elliot Wave เอาไว้ใช้ทำอะไร

ผมเห็นคนใช้ Elliott Wave กันเยอะประมาณนึง แต่พอถามว่า จุดประสงค์ในการใช้งาน Elliott Wave คืออะไร ไม่เห็นมีใครตอบได้สักคนเลยครับ

ก่อนอื่นเลยนะครับ สำหรับการเทรดแบบเก็งกำไร สิ่งที่เทรดเดอร์ทุกคนต้องมีคือ "ระบบความคิด" ไม่ใช่ว่าเห็นแท่งเขียวฉันซื้อ แท่งแดงฉันขาย แบบนั้นไม่ไหวแน่

ทุก ๆ เทรดที่เราจะเทรดมันจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องมีหลัก มีแนวคิดมาก่อนที่เราจะเทรด เพราะการเทรดเป็นธุรกิจ ไม่ใช่การเสี่ยงดวง ยกตัวอย่างง่าย ๆ

ถ้าเราจะออกโปรดักซ์อะไรสักอย่างมาขาย สิ่งที่เราต้องทำคืออะไรครับ

  1. ทำ Research ถูกมั๊ยครับ เพื่อที่เราจะได้รู้ว่าคู่แข่งเราเป็นใคร สภาพตลาดของโปรดักซ์ที่เราจะทำออกมาขายเป็นอย่างไร คู่แข่งเยอะมั๊ย กลุ่มเป้าหมายเป็นใคร จุดแข็ง/จุดอ่อน ของคู่แข่งเป็นอย่างไร สิ่งที่เราได้จากการทำ Research เราสามารถเรียกได้ว่า "Contextual" ก็คือสภาพตลาดโดยรวมของสินค้าประเภทนั้นนั่นเองจากนั้น เมื่อเราได้ข้อมูลจากการทำ Research แล้ว เราก็จะได้ภาพรวมของโปรดักซ์ของเราว่าควรจะทำออกมาแบบไหน ขายใคร ราคาเท่าไหร่ จุดแข็งคืออะไร กลุ่มเป้าหมายคือใคร จากจุดนี้ก็จะเข้าสู่ขั้นตอนต่อไปนั่นคือ
  2. กลยุทธ์ในการขาย เราจะวางตลาดแบบเดิม ๆ หรือเราจะหาช่องทางใหม่ จะขายเฉพาะออนไลน์ หรืออ๊อฟไลน์ด้วย รวมถึง Time Line ในการผลิต กำหนดการในการวางสินค้า และแผนปฏิบัติงานทั้งหมด อื่น ๆ อีกมากมายมันก็จะตามมา

เอาล่ะเพราะฉะนั้นการเทรดก็เหมือนกันแหล่ะครับ ก่อนเทรดทุกเทรดเราต้องมีขบวนการคล้าย ๆ กัน นั่นคือเราต้องมี 2 Process นี้เสมอนั่นก็คือ

  1. Contextual
  2. Strategy
    1.  Tactic
    2. Execution

ให้ทายครับว่าเราจะเอา Elliott Wave มาใช้ในขั้นตอนไหน........... ผมคิดว่าหลายคนคงเดาถูก นั่นคือเราจะเอามันมาใช้ในขั้นตอนที่ 1 นั่นเอง

ส่วนตัวผมไม่ได้ใช้ Elliott Wave เพื่อหา Contextual แล้วนะครับ ผมใช้อย่างอื่น แต่ผมก็เรียนมาพอสมควร เอาว่าเป็นปีก็แล้วกันในเรื่อง Elliott Wave สำหรับบทความนี้ผมจะไม่ขอพูดว่ามันได้ผลหรือไม่อย่างไร แต่ผมจะพูดถึงในหัวข้อที่ว่า เราเอามันมาใช้ทำอะไร

ผมพูดหลายครั้งในที่ต่าง ๆ ว่า "Contextual Is Everything" ผมหมายความแบบนั้นจริง ๆ ครับ Elliot Wave มันเข้ามาทำหน้าที่นี้ครับ ยกตัวอย่างเช่น ถ้าเรานับ Wave ต่าง ๆ ออกมาดังนี้

Larger time-frame = อยู่ระหว่าง wave 3

Intermediate time-frame = อยู่ระหว่าง wave 3

Short-term time-frame = กำลังจะจบ wave 4

จากเคสนี้ สิ่งที่เราจะได้ตามมาจาก Contextual นี้คืออะไรครับ ก็คือ "Bias" (แนวโน้ม) นั่นเอง

เราจะได้แนวโน้มว่าตอนนี้ตลาดกำลังอยู่ในขาขึ้นนะ เพราะฉะนั้นจากตรงนี้เราก็จะเข้าสู่ขึ้นตอนที่ 2 นั่นคือ

เราก็จะใช้กลยุทธ์ที่เรามี ซึ่งกลยุทธ์ในการเทรดมีหลากหลายมาก บางคนใช้ Indicator 8 ตัวในชาร์ตเดียว บางคนใช้วิธีหา Support/Resistance บางคนใช้ Pattern ไม่ว่าจะเป็น Japanese Candlestick Pattern, Harmonic Pattern จุดประสงค์ของกลยุทธ์นั่นก็คือการหา "Trade Setup" นั่นเอง จากนั้นจึงเป็นการหาจังหวะเข้าเทรด (Execution)

ซึ่งในเคสที่ Contextual ของเราจากที่เรานับ Wave แล้วได้ Bias เป็น ขาขึ้น (Bullish) แบบนี้ เราก็ต้องหา Long Trade Setup นั่นเอง

เพราะฉะนั้นคุณจะเห็นได้ว่า แต่ละเทรดมันผ่านกระบวนอะไรมาบ้าง ผ่านแนวคิด หรือ ความคิดอะไรมาบ้างเป็น Step by Step เพราะฉะนั้นกลับไปเรื่อง Elliot Wave

จะเห็นว่าความสำคัญของ Contextual นั้นมีสูงมาก เนื่องจากมันเป็นจุดเริ่มต้นของทุกสิ่ง นั่นแปลว่าถ้าเราติดกระดุมเม็ดแรกผิด กระดุมเม็ดต่อ ๆ ไปก็ไม่มีวันถูกไปได้

ในกรณีที่เราใช้ Elliot Wave ในการหา Contextual ถ้าเรานับผิดเท่ากับ ชีวิตเปลี่ยนทันที เพราะเราจะยืนอยู่ผิดฝั่งตลอดเวลา แทนที่เราจะหา Short Trade Setup เราก็จะหาแต่ Long Trade Setup

Contextual ดูเหมือนมันไม่สำคัญเพราะมันเป็นภาพรวม แต่จริง ๆ แล้วมันสำคัญที่สุด

"Contextual is Everything" จริง ๆ นะเออ

Tags:
No Comments

Sorry, the comment form is closed at this time.