เทรดให้ Coronavirus มันดู (มาสอบเป็น Funded Trader กันเถอะ) Part. 3

ถึงเวลาแห่งการรอคอย มาครับมาสอบเป็น Funded Trader กัน

แต่แค่มาเล่าให้ฟังหรือเขียนให้อ่านกันเฉย ๆ ใคร ๆ ก็ทำได้ใช่มั๊ยครับ ก็แค่ไปอ่านกฏกติกาต่าง ๆ มาแล้วก็เอามาเขียน เพื่อความสมจริงที่สุด และคุณจะได้รู้ในทุก ๆ ขั้นตอน

ผมจึงสมัครสอบเป็น Funded Trader จริง เพื่อมาเขียนบทความนี้ให้คุณดูโดยเฉพาะเลยครับ

และสถาบันที่ผมจะแนะนำให้สอบคือ Topstep Trader ครับ โดยมี 3 ทางเลือก

โดยเนื้อหาที่จะเขียนในบทความนี้ทั้งหมด จะเป็นเนื้อหาการสอบที่มีคนนิยมสอบมากที่สุดคือ US Futures ครับ เพราะฉะนั้นก็ต้องกด link แรกนะครับ www.topsteptrader.com

ก่อนอื่นอย่าเพิ่งสมัครใด ๆ ทั้งสิ้นนะครับ เปิดดูเว็บของเค้าได้ แต่อย่าเพิ่งสมัคร เพราะตอนท้ายของบทความตอนนี้ ผมจะมี Link ที่มีส่วนลด $US 50 ให้ไปสมัคร ซึ่งผมไม่ได้ส่วนแบ่งเป็นเงินใด ๆ ทั้งสิ้นครับ สิ่งที่ผมได้คือส่วนลดในการสมัครสอบครั้งต่อ ๆ ในกรณีที่สอบตก แต่ผมบอกก่อนล่วงหน้าก็ได้ว่า ผมไม่ได้ใช้เครดิตนั้นหรอกนะครับ 🙂

โอเค เราคงไม่ต้องพูดถึง Free Trial เพราะเราจะสมัครสมาชิกแล้วไปสมัครสอบกันเลย โดยให้กดเมนูด้านบนที่เขียนว่า Our Program

โดยจุดเริ่มต้นของทุกสิ่งทุกอย่างอยู่ตรงนี้ เราต้องเลือกก่อนว่าเราจะสอบ โปรแกรมไหนหรือ Package ไหน โดยจะอธิบายคร่าว ๆ ดังนี้ (อ่านต่อไปจะอธิบายละเอียดขึ้น)

  • Starting Balance = เมื่อสอบเป็น Funded Trader ได้ คุณจะได้รับเงินทุน (เงินแรกเริ่มในการเปิดพอร์ต) เท่าไหร่ ซึ่งในการเขียนบทความนี้ผมจะสมัครสอบ Package 50,000 เหรียญครับ
  • Profit Target = คุณต้องเทรดให้ได้เท่าไหร่ ถึงจะผ่าน ก็คือต้องเทรดให้ได้ 53,000 (50,000 + 3,000)
  • Maximum Position Size = จำนวนสัญญา (Futures เรียกว่าสัญญา Forex เรียกว่า Lot) ที่เทรดได้ต่อครั้งมากสุด 5 สัญญา
  • Daily Loss = อย่าเสียเกิน 1,000 ภายใน 1 วัน
  • Weekly Loss = การสอบมี 2 ขั้น เมื่อผ่านขั้นแรก ไปขั้นที่ 2 จะโดยบังคับการเสียต่อสัปดาห์ด้วย ยกเว้น Package ต่ำสุดจะไม่โดยบังคับ
  • Trailing Max Drawdown = เสียต่อเนื่องได้ไม่เกิน 2,000
  • Monthly Price = ค่าสอบเดือนละ $US165 เหรียญ เพราะเค้าไม่กำหนดเวลา จะใช้เวลานานเท่าไหร่ก็ได้ เพราะฉะนั้นถ้าภายใน 1 เดือนยังไม่ผ่าน 2 ขั้น ค่าสอบก็จะถูกเก็บไปเรื่อย ๆ ทุกเดือน

เพราะฉะนั้น การที่จะสอบผ่าน สิ่งที่ต้องทำให้ได้คือ

  • Step ที่ 1
    • ทำให้ถึง Target เนื่องจากผมสมัครสอบ Package 50,000 ผมก็ต้องทำให้ยอดเงินในบัญชีถึงหรือเกิน 53,000 ถึงจะผ่าน
    • ต้องเทรดอย่างน้อย 5 วัน (5 วันในการเทรด ไม่ใช่ 5 วันปฏิทิน)
    • เทรดเฉพาะ Instrument ที่อนุญาติให้เทรดเท่านั้น ซึ่งมีให้เลือกเยอะแยะครับ
    • ภายใน 1 วัน อย่าเสียเกิน 1,000
    • อย่าเสียต่อเนื่องเกิน 2,000
  • Step ที่ 2
    • ทำให้ถึง Target ก็เหมือนเดิมครับ คือเทรดให้ได้ 3,000 จากจุดเริ่มต้น
    • เทรดให้ครบ 10 วัน
    • เทรดเฉพาะ Instrument ที่อนุญาติให้เทรดเท่านั้น
    • ภายใน 1 วัน อย่าเสียเกิน 1,000
    • อย่าเสียต่อเนื่องเกิน 2,000
    • ภายใน 1 สัปดาห์ อย่าเสียเกิน 1,000
    • อย่าเทรดหรืออยู่ในเทรด ในเวลาที่มีข่าวสำคัญออก
    • มี Scaling Plan ให้ต้องทำตามด้วยใน Step ที่ 2 เดี๋ยวจะอธิบายอีกทีตอนหลังครับ

เอาล่ะ ขอเคลียร์เฉพาะข้อที่คนน่าจะสงสัยตามนี้นะครับ

  • Target: หลังจากสมัครแล้ว เมื่อเข้าไปในหน้าหลัก (Dashboard) ของเรา จะเห็นว่าเรามีเงินตั้งต้นอยู่ที่ 50,000 (ในกรณีที่ผมสมัคร Package $ 50K) เพราะฉะนั้น การจะผ่าน Step ที่ 1 ได้ ก็ต้องทำให้ยอดรวมในพอร์ต = 53,000 ขึ้นไป
  • Minimum Days = 5 Days ใน Step ที่ 1 ก็หมายความว่า ถ้าคุณเทรดทุกวันตั้งแต่ จันทร์ - ศุกร์ โดยไม่หยุดวันไหนเลย นั่นก็คือ 5 วันในการเทรด แต่ถ้าเทรด จันทร์, พุธ, ศุกร์ แแบบนี้ก็จะเทรดแค่ 3 วัน
  • Only Trade Permitted Product: ก็หมายความว่า จะมี List ให้ดูว่า คุณสามารถเทรดตัวไหนใน ตลาด Futures สหรัฐได้บ้าง ซึ่งมีเยอะ เช่น E-Mini S&P 500, E-Mini Nasdaq 100, Crude Oil, Golf Futures และอีกเยอะแยะ ก็เทรดเฉพาะที่อยู่ในรายชื่อนะครับ อย่าไปเทรดตัวอื่น เพราะเวลาคุณอยู่ในโปรแกรมเทรดคุณจะเห็นตัวอื่น ๆ ที่ไม่อยู่ใน List ด้วย ขืนเทรดไปก็ตกนะครับ
  • Trailing Max Drawdown: อันนี้มีคนสงสัยแน่ ว่า Drawdown หมายถึงอะไร ยกตัวอย่างเช่น เกิดเราเทรดไปเทรดมาเราทำกำไรได้ จาก 50,000 เพิ่มขึ้นไปถึง 52,000 ซึ่งอีก 1 พันก็จะผ่านแล้ว แต่ปรากฏว่า เมื่อวานเราเสีย 1 พัน ยอดเงินเหลือ 51,000 (ยังกำไรอยู่) วันนี้เราเสียอีก 1 พัน ยอดเงินเหลือ 50,000 ซึ่งยอดเงินเท่ากับจุดเริ่มต้น แต่ว่าเราตกนะครับ เพราะเราเสียต่อเนื่องสะสม = 2,000
  • Weekly Loss Limit: จะเห็นว่าใน Step 2 มีทั้ง Daily Loss และ Weekly Loss Limit ซึ่งเป็นจำนวนเงิน 1,000 เท่ากัน ก็หมายความว่าใน Step ที่ 2 ถ้าเทรดเสียเกิน 1,000 ภายในวันเดียวคุณก็ตก หรือจะเสียทั้งอาทิตย์รวมกันมากว่า 1,000 คุณก็ตก แล้ว 1 อาทิตย์คือ 1 อาทิตย์ตามปฏิทินนะครับ คือ จันทร์ - ศุกร์ เมื่อถึงวันจันทร์หน้าก็เริ่มต้นใหม่
  • Do not hold positions into major economic releases: ใน Step ที่ 2 เวลาที่มีข่าวสำคัญออก ห้ามเทรดในระหว่างที่ข่าวออก เพราะฉะนั้น ถ้ากำลังอยู่ในเทรดต้องออกจากเทรดก่อนข่าวออก 1 นาที จะกลับมาเทรดได้ใหม่ ก็ต้องหลังจากข่าวออกไปแล้ว 1 นาที ก็แสดงว่า Futures ตัวที่เราเลือกเทรด จะมี List มาให้ว่า ข่าวไหนที่ว่าเป็นข่าวสำคัญ เช่น ถ้าเราจะเทรด Crude Oil เราห้ามเทรดในช่วงที่ข่าว Crude Oil Inventories ออก ซึ่งตัวเลขน้ำมันสำรองของสหรัฐนี้ส่วนใหญ่จะประกาศในวันพุธเวลา 21.30 น. แต่ถ้าไม่ได้เทรด Crude Oil ก็ไม่มีผลอะไร

เอาล่ะ ผมสมัครแล้วเรียบร้อย ซึ่งก็จะมีอีเมล์มาแจ้ง โดยถ้าจำไม่ผิดระหว่างสมัครสอบ (ภาษาอังกฤษใช้คำว่า Trading Combine) เนี่ย เค้ามีให้เราเลือก Platform หรือโปรแกรม ที่เราจะใช้เทรดด้วยนะครับ ซึ่ง Topstep เค้าก็มีแนะนำให้ใช้อยู่ 3 โปรแกรมหลัก ๆ คือ TSTRADER, NINJATRADER และ TradeStation จริง ๆ มีให้เลือกมากกว่านี้ เพราะฉะนั้นก่อนจะเลือกก็ลองไป Search ใน Google ดูก่อนก็ได้ว่าใช้งานอย่างไรนะครับ ส่วนตัวผมใช้ Ninjatrader มานานแล้ว ผมก็จะเลือก Ninjatrader ครับ

หลังจากนั้นเราก็จะได้อีเมล์ต้อนรับ และบอกวิธี Setup Account ซึ่งไม่ยากอะไร สำหรับคนที่เลือกใช้ Ninjatrader สามารถเข้าไปดูวิธี Setup Account ใน Youtube Channel Daytradeboss ได้ครับ แล้วพอเรา Login เข้าไปในเว็บ Topstep จะขึ้น Dashboard หน้าตาแบบนี้

ซึ่งพอดีว่าผมลืมไม่ได้ Save รูปในวันแรกไว้ แต่ High ก็ควรจะเป็น 50,000, Current ก็จะเป็น 50,000, Low ก็จะเป็น 50,000
ส่วนด้านขวามือ เครื่องหมายถูกต่าง ๆ นั้นจะยังไม่ถูกติ๊กนะครับ รวมถึงสถิติต่าง ๆ ก็ต้องไม่มีด้วยครับ

นี่คือ Link ในการสมัครแล้วจะได้ส่วนลด $US50 ที่บอกไว้ข้างบนนะครับ ถ้าใครสนใจก็กดได้เลย กดตรงนี้

ต่อคราวหน้า Part. 4 นะครับ

คำถาม ช่างซับซ้อน: เทรดได้เงินแล้วมาสอนเทรดทำไม?
คำตอบ ช่าง(Simple): อยากเก่งเรื่องอะไร ให้สอนเรื่องนั้น อยากเทรดให้เก่ง ก็ยิ่งต้องสอนเทรด the more you tech, the better you learn.